10 สถานที่เที่ยวจ.น่าน

  1. วัดภูมินทร์

ประวัติ

 วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2139 (ค.ศ. 1596) โดย พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองเมืองน่านในขณะนั้น หลังจากที่พระองค์ขึ้นครองนครน่านได้ 6 ปี ชื่อเดิม ในคัมภีร์เมืองเหนือระบุว่า เดิมวัดนี้มีชื่อว่า "วัดพรหมมินทร์" ซึ่งมาจากพระนามของเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ผู้สร้างวัด แต่ภายหลังชื่อได้เพี้ยนมาเป็น "วัดภูมินทร์" อย่างในปัจจุบัน


สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์

วัดภูมินทร์มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครตรงที่เป็นวัดแห่งเดียวในประเทศไทยที่ พระอุโบสถและพระวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน โดยมีลักษณะเป็นอาคารทรงจัตุรมุข (สี่ทิศ) ซึ่งแต่ละด้านมีประตูทางเข้า และมีพระประธานจตุรพักตร์ (พระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์) ประดิษฐานอยู่ภายใน หันพระพักตร์ออกไปสู่ประตูทั้งสี่ทิศ


จิตรกรรมฝาผนัง

จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของวัด เขียนขึ้นในราวปี พ.ศ. 2410-2417 ด้วยเทคนิคสีฝุ่นบนรองพื้นดินสอพอง ภาพจิตรกรรมเหล่านี้มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น โดยเล่าเรื่องราวหลักๆ 3 เรื่อง ได้แก่

คัทธนกุมารชาดก: ชาดกนอกนิบาตที่กล่าวถึงพระโพธิสัตว์คัทธนกุมารผู้ทรงมีพลังดุจพญาช้างสาร

เนมิราชชาดก: ชาดกชาติที่ 4 ในทศชาติชาดก

พุทธประวัติ: เรื่องราวของพระพุทธเจ้า

นอกจากนี้ยังมีภาพบุคคลที่มีขนาดเท่าจริง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวในจิตรกรรม แต่เป็นภาพที่โด่งดังที่สุดคือ "ภาพปู่ม่านย่าม่าน" หรือที่รู้จักกันในนาม "กระซิบรักบันลือโลก" ซึ่งเป็นภาพหญิงชายแต่งกายแบบพม่ากำลังกระซิบกัน


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่ ผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน น่าน 55000

เวลาทำการ : วัดเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 6:00 น. ถึง 18:00 น

แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/7w78Xxh6axeZJz7g7



2.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

ประวัติ

สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1903) โดย พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านในสมัยนั้น เพื่อใช้เป็นที่ประทับและหอว่าราชการ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยุโรปที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5 กับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นของเมืองน่าน เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น มีมุขด้านหน้า และหลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 14 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา


การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านมีการจัดแสดงที่มีนื้อหาเกี่ยวกับภูมิหลังและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดน่าน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก

ชั้นล่าง : จัดแสดงเกี่ยวกับชาติพันธุ์วิทยา ชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆ ในจังหวัดน่าน เช่น ลัวะ มลาบรี ขมุ ม้ง เมี่ยน รวมถึงเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญ เช่น การสืบชะตา และการแข่งเรือ

ชั้นบน : จัดแสดงโบราณคดีและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยรวบรวมโบราณวัตถุสมัยต่างๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน


วัตถุจัดแสดงที่สำคัญและเป็นไฮไลท์

งาช้างดำ: เป็นวัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่าน มีลักษณะเป็นงาช้างข้างซ้าย ยาว 94 เซนติเมตร น้ำหนัก 18 กิโลกรัม เชื่อว่าเป็นของสูงคู่บ้านคู่เมืองน่านมาอย่างยาวนาน

เครื่องปั้นดินเผาเคลือบ : อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 จากเตาเผาบ่อสวก

พระพุทธรูปปางมารวิชัย : ศิลปะล้านนา อิทธิพลศิลปะพม่า

พานพระศรีเครื่องเงินลงยา : เครื่องประกอบอิสริยยศของเจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย

วัดที่เล็กที่สุดในเมืองไทย (วัดน้อย) : สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นการรักษาสัจจวาจาของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ


ที่ตั้ง :ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000

เวลาทำการ : เปิดให้บริการวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09:00 - 16:00 น.

ค่าเข้า : ชาวไทย: 20 บาท ชาวต่างประเทศ: 100 บาท

แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/d4NPqgX41eGNJZf28


3.พระธาตุเขาน้อย

ประวัติ

 สร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง (ซึ่งเป็นปู่ของพญาภูคา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์แรก) เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2030 (หรือราวพุทธศตวรรษที่ 20)เดิมองค์พระเจดีย์ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าปัจจุบัน แต่เป็นเจดีย์องค์เล็ก และมีการบูรณะเรื่อยมา

ในปี พ.ศ. 2456 ได้มีการขุดพบพระพุทธรูปทองคำขนาดเล็กและพระพิมพ์ต่างๆ บรรจุอยู่ภายในองค์พระธาตุ ซึ่งยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์และอายุของพระธาตุ


ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลศิลปะพม่า ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีการย่อมุม และองค์ระฆังทรงกลม มีการประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม

พระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่คู่เมืองน่าน มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ

การก่อสร้างและการค้นพบ : ตามพงศาวดารเมืองน่านกล่าวว่า พระธาตุเขาน้อยสร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง (ซึ่งเป็นปู่ของพญาภูคา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์แรก) เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2030 (หรือราวพุทธศตวรรษที่ 20)เดิมองค์พระเจดีย์ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าปัจจุบัน แต่เป็นเจดีย์องค์เล็ก และมีการบูรณะเรื่อยมาในปี พ.ศ. 2456 ได้มีการขุดพบพระพุทธรูปทองคำขนาดเล็กและพระพิมพ์ต่างๆ บรรจุอยู่ภายในองค์พระธาตุ ซึ่งยืนยันถึงความศักดิ์สิทธิ์และอายุของพระธาตุ


ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลศิลปะพม่า ผสมผสานกันอย่างลงตัว มีฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีการย่อมุม และองค์ระฆังทรงกลม มีการประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม

การบูรณปฏิสังขรณ์ที่สำคัญ : วัดพระธาตุเขาน้อยมีการบูรณปฏิสังขรณ์มาหลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์ เพื่อรักษาสภาพขององค์พระธาตุให้คงอยู่ การบูรณะครั้งสำคัญเกิดขึ้นใน สมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่านใน ปี พ.ศ. 2542 ได้มีการก่อสร้าง "พระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน" พระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่บริเวณลานชมวิว หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกไปยังตัวเมืองน่าน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ


ความสำคัญในปัจจุบัน

พระธาตุเขาน้อยนับเป็นหนึ่งในปูชนียสถานสำคัญของจังหวัดน่าน เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองน่านและนักท่องเที่ยว

นอกจากความสำคัญทางศาสนาแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของเมืองน่านที่สวยงามที่สุด โดยเฉพาะช่วงเช้าที่สามารถเห็นหมอกปกคลุมเมือง และช่วงเย็นยามพระอาทิตย์ตกดิน

ที่ตั้ง : ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน อยู่บนยอดดอยเขาน้อย

เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าเข้าชม

แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/QRQE7qrDswvaGB5S8

4.พระธาตุแช่แห้ง

ประวัติ

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1891 (ค.ศ. 1348) ในสมัยของ พญาการเมือง เจ้าผู้ครองนครน่าน (พระองค์เป็นพระนัดดาของพญาผาเมือง ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างเมืองน่าน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากกรุงสุโขทัย ซึ่งประกอบด้วย:

พระเกศาธาตุ (เส้นผมของพระพุทธเจ้า)

พระบรมธาตุข้อพระหัตถ์เบื้องซ้าย (ส่วนกระดูกข้อพระหัตถ์ซ้ายของพระพุทธเจ้า)


ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา

พระธาตุคู่บ้านคู่เมือง: วัดพระธาตุแช่แห้งถือเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดน่าน เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวน่านมาตั้งแต่สมัยโบราณ

พระธาตุประจำปีเกิด: มีความเชื่อกันว่าพระธาตุแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิด ปีเถาะ (ปีกระต่าย) หากได้มานมัสการจะได้รับอานิสงส์และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต


สถาปัตยกรรมและศิลปะ

องค์พระธาตุ : เป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาผสมสุโขทัย มีการประดับตกแต่งด้วย "ทองจังโก" ซึ่งเป็นการนำทองแดงมารีดเป็นแผ่นบางๆ แล้วฉลุลาย หรือตอกลาย แล้วนำไปหุ้มองค์พระธาตุ ทำให้องค์พระธาตุเปล่งประกายสีทองอร่ามงดงาม

วิหารหลวง : เป็นวิหารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยหลัง มีการตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรงดงาม แสดงถึงฝีมือช่างสกุลน่าน

พญานาคคู่ : บันไดทางขึ้นสู่องค์พระธาตุมีพญานาคคู่เลื้อยทอดยาวอย่างสง่างาม เป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมล้านนา


ที่ตั้ง : 89 หมู่ที่ 3 ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 55000

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00 - 18:00 น.

แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/8pn3LMKrwfvTkHER7

5.พระธาตุช่อแฮ

ประวัติ

สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 1879-1881 โดย "ขุนลัวะอ้ายก้อม" ซึ่งได้สร้างเจดีย์ขึ้นที่ "ดอยโกสิยธชัคคะบรรพต" (หรือที่ตั้งพระธาตุช่อแฮในปัจจุบัน) และได้นำ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับพระราชทานจาก พระมหาธรรมราชา (ลิไท) กษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย (เมื่อครั้งยังเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองศรีสัชนาลัย) มาบรรจุไว้ใต้ฐานเจดีย์แห่งนี้ ตำนานในพระเจ้าเลียบโลก กล่าวถึงว่า ในอดีต สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จมาถึงเมืองพล (เมืองแพร่) และประทับ ณ ดอยโกสิยธชัคคะบรรพต หัวหน้าชาวลัวะนามว่า "ขุนลัวะอ้ายก้อม" ได้เข้ามากราบไหว้ พระพุทธองค์ได้แสดงปาฏิหาริย์และได้ประทาน พระบรมสารีริกธาตุ (พระเกศาธาตุ) เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งรับสั่งว่าหลังพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ให้นำ พระบรมสารีริกธาตุพระศอกข้างซ้าย มาบรรจุไว้ ณ สถานที่นี้ ซึ่งปัจจุบันคือที่ตั้งของพระธาตุช่อแฮ จากทั้งสองตำนาน ทำให้เชื่อได้ว่าภายในองค์พระธาตุช่อแฮได้บรรจุ พระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุส่วนของพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า


ความหมายของชื่อ "ช่อแฮ"

สันนิษฐานว่าชื่อ "ช่อแฮ" อาจเพี้ยนมาจากคำว่า "ช่อแพร" โดยคำว่า "แพร" หมายถึงผ้าแพร ซึ่งเชื่อว่ามาจากชื่อของสถานที่ตั้งองค์พระธาตุคือ "ดอยโกสิยธชัคคะบรรพต" ที่หมายถึงดอยแห่งผ้าแพรอันงดงาม หรืออาจหมายถึงผ้าแพรเนื้อดีที่ชาวบ้านนำมาผูกบูชาพระธาตุ หรือที่ขุนลัวะอ้ายก้อมนำมาถวาย


ลักษณะสถาปัตยกรรมและการบูรณะ

องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ก่ออิฐโบกปูน หุ้มด้วย แผ่นทองเหลือง (ทองจังโก) ลงรักปิดทองเป็นศิลปะแบบเชียงแสน มีความสูงประมาณ 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร มีการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง โดยเฉพาะในสมัย ครูบาศรีวิชัย ในปี พ.ศ. 2459 ซึ่งได้มีการซ่อมแซมและปรับปรุงให้งดงามดังที่เห็นในปัจจุบัน

ภายในวัดยังมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญอื่นๆ เช่น พระอุโบสถ ประดิษฐาน หลวงพ่อช่อแฮ ซึ่งเป็นพระประธานศิลปะล้านนาผสมผสานเชียงแสนกับสุโขทัย และ พระเจ้าไม้สัก ที่แกะสลักจากไม้สักทอง ศิลปะล้านนา รวมทั้ง ธรรมาสน์โบราณ ที่แกะสลักลวดลายแบบไทยผสมล้านนา


ความสำคัญในปัจจุบัน

วัดพระธาตุช่อแฮเป็นปูชนียสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองแพร่ รวมถึงพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดปีขาล และมีการจัด งานนมัสการองค์พระธาตุช่อแฮ ในช่วงวันขึ้น 9 ค่ำ-ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 (ประมาณเดือนมกราคม-มีนาคม) ของทุกปี ซึ่งเป็นงานบุญใหญ


ที่ตั้ง : 1 หมู่ 11 ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 54000

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:0019:00 น.

แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/wC7QeHQXfkrSE2eY7

6.จุดชมวิวดอยภูคา 1715

จุดชมวิว 1715 ตั้งอยู่บนถนนสายปัว-บ่อเกลือ ซึ่งเป็นเส้นทางที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมโยงอำเภอปัวกับอำเภอบ่อเกลือของจังหวัดน่าน การก่อสร้างถนนสายนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถเข้าถึงพื้นที่สูงของดอยภูคาได้ง่ายขึ้น และทำให้สามารถชมทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาได้ ตัวเลข "1715" คือค่าความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (1,715 เมตร) ที่ได้จากการสำรวจและวัดพิกัดของพื้นที่ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการตั้งชื่อจุดชมวิวบนยอดดอยหรือภูเขาที่ไม่มีชื่อเฉพาะเจาะจงทางประวัติศาสตร์


จุดเด่น

เป็นจุดชมวิวทิวเขาที่สลับซับซ้อนกว้างใหญ่ไพศาล

เป็นจุดชม พระอาทิตย์ขึ้น ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา

สามารถชม ทะเลหมอก ได้ในช่วงฤดูหนาว หรือช่วงที่มีความชื้นสูง


ที่ตั้ง : ตั้งอยู่บน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1256 (ถนนเส้นปัว-บ่อเกลือ) ในเขตอำเภอปัว จังหวัดน่าน

เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมได้ตลอดทั้งวัน

แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/45uNFvg4PsbWsKWQ8

7.สะปัน

จุดเริ่มต้นและการตั้งถิ่นฐาน

บ้านสะปันเป็นหมู่บ้านที่ตั้งมานานหลายร้อยปี โดยมี เจ้าพ่อพญาตึ๋น เป็นผู้นำในการบุกเบิกและก่อตั้งหมู่บ้านแห่งนี้ ท่านได้นำชาวบ้านเข้าถางป่าและจัดตั้งชุมชนขึ้นในอดีต บ้านสะปันเริ่มต้นเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ต่อมามีหมู่บ้านบริวารอื่นๆ เช่น บ้านเด่น บ้านนาโป่ง บ้านห้วยข่า บ้านป่าก๋อ และบ้านนาปู อพยพมาอยู่รวมกัน ทำให้กลายเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่และมีประชากรมากขึ้น

ที่มาของชื่อ "สะปัน"

ชื่อ "สะปัน" มีที่มาจาก ลำน้ำปัน ซึ่งเป็นลำน้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้าน (เกิดจากน้ำตกสะปัน)

เดิมชาวบ้านเรียกว่า "สบปัน" ซึ่ง "สบ" ในภาษาเหนือหมายถึงการบรรจบกันของลำน้ำ เนื่องจากมีลำน้ำสองสายไหลผ่านและมาบรรจบกันคือลำน้ำว้าและลำน้ำสะปัน ก่อนที่ชื่อจะเพี้ยนมาเป็น "สะปัน" ดังเช่นปัจจุบัน


ความสำคัญในอดีตและปัจจุบัน

ในอดีต บ้านสะปันเป็นชุมชนเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ

มีวัดสะปัน ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อายุหลายร้อยปี สร้างโดยเจ้าพ่อพญาตึ๋น แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวบ้านที่มีมาแต่โบราณ

ในปัจจุบัน นอกจากจะเป็นหมู่บ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแล้ว ด้วยความอุดมสมบูรณ์และความสวยงามของธรรมชาติที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ดูแล ทำให้บ้านสะปันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ก็ยังคงความเงียบสงบและวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชนเอาไว้


ลักษณะเด่น

ธรรมชาติที่สวยงาม: โอบล้อมด้วยภูเขา ป่าไม้ และลำธาร บรรยากาศเงียบสงบ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝนจะเห็นทะเลหมอกปกคลุม

วิถีชีวิตเรียบง่าย: เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้านไว้ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับความสงบและเป็นกันเอง

ลำน้ำมาง: มีลำน้ำมางไหลผ่านหมู่บ้าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญและสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่


ที่ตั้ง : สะปัน ตั้งอยู่ใน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน 55220

แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/HnNqBi4m6n4wJRQy6

8.ถนนคนเดินข่วงน่าน

ถนนคนเดินข่วงน่าน

เป็นตลาดกลางคืนที่มีชีวิตชีวา ตั้งอยู่ใจกลางเมืองน่าน ใกล้กับ วัดภูมินทร์ และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นให้มาสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองน่าน ถนนคนเดินแห่งนี้เปิดมาเพื่อเป็นแหล่งรวมสินค้าหัตถกรรม อาหารพื้นเมือง ของที่ระลึก และการแสดงทางวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและเป็นเวทีให้ศิลปินพื้นบ้านได้แสดงความสามารถ ในอดีตพื้นที่บริเวณข่วงเมืองน่านเป็นลานกว้างสำหรับจัดกิจกรรมสาธารณะและงานเทศกาลต่างๆ ของเมือง เมื่อมีการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดน่านมากขึ้น แนวคิดในการจัดตั้งถนนคนเดินจึงเกิดขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่และสร้างจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยนำเสนอเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของน่าน ถนนคนเดินข่วงน่านจึงกลายเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งจากชาวน่านเองและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับวิถีชีวิต ศิลปะ และอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองน่านได้อย่างแท้จริง


เวลาทำการ : เปิดให้บริการในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลา 16:00 น. - 21:00 น.

9.สะกาด

ประวัติ

มีตำนานเล่าว่า เมื่อประมาณ 200 ปีที่แล้ว ในช่วงที่จีนเข้ารุกรานภาคเหนือของไทย ชาวไทยพื้นเมืองในขณะนั้นต้องอพยพถอยร่นลงมาทางใต้เพื่อหลบหนีภัยสงคราม ทำให้เกิดการแบ่งแยกเป็นหลายกลุ่มเพื่อเอาตัวรอด บางกลุ่มได้แอบซุ่มตามป่าเขา พุ่มไม้ และลำห้วยซึ่งมีเครือเถาวัลย์ปกคลุมอยู่ เครือเถาวัลย์ชนิดนี้ชื่อว่า "เครือเขาสกาด" กลุ่มที่อพยพลงมากลุ่มหนึ่งได้ยึดเอาห้วยนี้เป็นที่หลบซ่อนและตั้งถิ่นฐานในเวลาต่อมา จึงเรียกชื่อหมู่บ้านตามชื่อเครือเถาวัลย์นั้นว่า "สกาด" ดอยสกาดตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยภูคา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 850-1,100 เมตร และอยู่สูงจากตัวอำเภอปัวประมาณ 600-700 เมตร ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง อากาศจึงเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวอากาศอาจลดลงถึงเลขหลักเดียว


ที่ตั้ง ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน 55120


10.ปัว

อำเภอปัวเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดน่าน ประเทศไทย เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะทุ่งนาเขียวขจี โอบล้อมด้วยภูเขา และอากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตชนบทและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ


สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่น่าสนใจในอำเภอปัว

ทุ่งนา: มีทุ่งนาขั้นบันไดที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว

คาเฟ่และที่พัก: มีคาเฟ่และที่พักสไตล์โฮมสเตย์จำนวนมากที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาและภูเขา ให้บรรยากาศที่เงียบสงบและผ่อนคลาย

วัดภูเก็ต: วัดที่มีทัศนียภาพสวยงาม มองเห็นทุ่งนาและภูเขา

ดอยสกาด: หมู่บ้านและแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียง ซึ่งคุณได้สอบถามถึงประวัติและที่ตั้งไปแล้ว

บ่อเกลือสินเธาว์: แม้จะอยู่นอกเขตอำเภอปัวเล็กน้อย แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่น่าสนใจ

เราขอเสนอโปรแกรม น่าน - แพร่

เรารวมทุกสถานที่เที่ยวสุดฮิตของจังหวัดน่านไว้ในโปรแกมนี้แล้ว

ปัว หมู่บ้านสะกาด หมู่บ้านสะปัน จุดชมวิว 1715

ทางหมายเลข 3 คาเฟ่หยุดเวลา บาหลีน่าน

ชมวัดภูมินทร์ ปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรักบันลือโลก

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

สักการะพระธาตุแช่แห้ง สัมผัสวิถีชีวิตล้านนาเมืองน่านคร

ถนนคนเดินข่วงน่าน สักการะพระธาตุช่อแฮ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy